ขั้นตอนการลงทะเบียน และ การส่งเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ขั้นตอนการลงทะเบียน และ การส่งเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ใครมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมกองทุกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

สถานประกอบการที่เข้าเงื่อนไขต่อไปนี้ ต้องจัดให้ลูกจ้าง เป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ไม่ได้จัดให้มี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) หรือกองทุนสงเคราะห์ภายในบริษัทที่มีเงื่อนไขไม่ต่ำกว่ากฎหมายกำหนด

หากบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว แต่มีพนักงานบางส่วนไม่ได้เป็นสมาชิก (เช่น พนักงานทดลองงาน หรือผู้ที่เลือกไม่เข้าร่วม) นายจ้างมีหน้าที่นำพนักงานกลุ่มนั้นเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแทน

กิจการที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องอยู่ในบังคับ เช่น กิจการประมง มูลนิธิ สมาคม งานบ้านที่ไม่มีการประกอบธุรกิจ และโรงเรียนเอกชนเฉพาะบุคลากรทางการศึกษา

กิจการที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คน หรือไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมาย สามารถสมัครใจเข้าร่วมกองทุนได้เช่นกัน หากนายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน

ขั้นตอนการลงทะเบียนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

1. ตรวจสอบสถานะ ว่าสถานประกอบการเข้าเงื่อนไขต้องขึ้นทะเบียนภาคบังคับ หรือประสงค์สมัครใจเข้าร่วม

2. กรอกแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างที่ต้องเข้าร่วมภาคบังคับ ใช้แบบ สกล.3นายจ้างที่สมัครใจเข้าร่วม ใช้แบบ สกล.3/1

3. ยื่นเอกสาร ผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือยื่นด้วยตนเองที่
– สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด (สำหรับสถานประกอบการนอกกรุงเทพฯ)
– สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครในพื้นที่ (สำหรับสถานประกอบการในกรุงเทพฯ)

4. รอการตรวจสอบและยืนยันการขึ้นทะเบียน จากเจ้าหน้าที่

5. เมื่อขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว นายจ้างมีหน้าที่หักเงินสะสมจากค่าจ้างลูกจ้างและนำส่งเงินสมทบตามอัตราที่กฎหมายกำหนดทุกเดือน

ขั้นตอนและวิธีการส่งเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

1. คำนวณเงินสะสม-เงินสมทบ จากฐานค่าจ้างของลูกจ้างแต่ละคน (รวมค่าจ้างตามผลงาน เช่น คอมมิชชั่น เบี้ยเลี้ยงประจำ ค่าจ้างวันหยุด/วันลา)

2. หักเงินสะสมจากลูกจ้าง ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง และนายจ้างสมทบในอัตราเดียวกัน

3. จัดทำรายงานการนำส่งเงิน ระบุรายชื่อลูกจ้าง ยอดเงินสะสม เงินสมทบ และยอดรวม

4. อัปโหลดหลักฐานการชำระเงิน พร้อมแบบ สกล.3 หรือ สกล.3/1 ผ่านระบบ e-Service หรือยื่นที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่

5. โอนเงินสมทบ เข้าบัญชีธนาคารที่กองทุนกำหนด หรือผ่านช่องทางชำระเงินที่ได้รับอนุมัติ

6. เก็บหลักฐานการชำระเงินและใบตอบรับ ไว้เป็นหลักฐานสำหรับการตรวจสอบในอนาคต

กำหนดเวลานำส่ง : นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

อัตราเงินสะสม-เงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ช่วงเวลาอัตรา
– 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2574 0.25% ของค่าจ้าง
– ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป 0.50% ของค่าจ้าง

หมายเหตุ: อัตราดังกล่าวอ้างอิงจากกำหนดการ 5 ปีนับจากวันเริ่มบังคับใช้ (1 ต.ค. 2569) ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอีกครั้งก่อนดำเนินการจริง เนื่องจากมีการเลื่อนกำหนดมาแล้วครั้งหนึ่ง

บทลงโทษกรณีไม่นำส่งเงินหรือนำส่งล่าช้า: นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา 5% ต่อเดือนของยอดเงินที่ค้างส่ง และหากยังไม่ดำเนินการอาจถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา




สนใจบริการติดต่อ

คุณกัญทิมา หุมากรณ์ 02-596-0500 ต่อ 327

Copyright ©2026  dharmniti.co.th All rights reserved.

Log in with your credentials

Forgot your details?