“ใบรับ” คือเอกสารพื้นฐานที่หลายธุรกิจใช้ทุกวัน แต่หากออกหรือจัดเก็บไม่ถูกต้อง อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงทางภาษีโดยไม่รู้ตัว บทความนี้สรุปข้อกำหนดสำคัญที่ต้องรู้ ตั้งแต่หน้าที่ในการออกใบรับ รายละเอียดที่ต้องมีตามกฎหมาย เงื่อนไขการเก็บรักษา ไปจนถึงกรณียกเว้นที่หลายคนมองข้าม พร้อมชี้จุดเสี่ยงที่พบบ่อยในการปฏิบัติงานจริง
การเก็บใบรับ
• หน้าที่ : ผู้มีหน้าที่ออกใบรับเฉพาะผู้ซึ่งกระทำเป็นปกติธุระ ต้องทำต้นขั้วหรือสำเนาใบรับเก็บไว้ทุกครั้ง
• เงื่อนไขเวลา : เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ออกใบรับ
• ข้อควรระวัง : หากการรับเงินหรือรับชำระราคาที่ต้องทำต้นขั้วหรือสำเนาใบรับ ไม่มีต้นขั้วหรือสำเนาใบรับ ให้สันนิษฐานว่าไม่ได้ออกใบรับ
ข้อมูลที่ต้องมีในใบรับ
ใบรับและต้นขั้ว หรือสำเนาใบรับ ต้องมีตัวเลข (เลขไทยหรืออารบิก) และอักษรไทย ให้ปรากฏข้อความต่อไปนี้ ตามมาตรา 105 ทวิ
• เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ
• ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ออกใบรับ
• เลขลำดับของเล่มและของใบรับ
• วัน เดือน ปีที่ออกใบรับ
• จำนวนเงินที่รับ
• ชนิด ชื่อ จำนวน และราคาสินค้า
การระบุข้อมูล “ผู้ซื้อ”
• เกณฑ์ 100 บาท: กรณีขายหรือให้เช่าซื้อสินค้าราคา 100 บาทขึ้นไป หากเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายส่ง ขายให้แก่ผู้ค้าสินค้าประเภทเดียวกัน ให้แสดงชื่อหรือยี่ห้อ และที่อยู่ผู้ซื้อในใบรับทุกครั้ง
• มาตรฐานสากล: หากข้อความในใบรับเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องมีภาษาไทยกำกับเสมอ
• สิทธิของผู้ซื้อ: ในกรณีใบรับที่ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียเรียกร้อง ต้องออกใบรับให้ทันที
3 กิจการที่ได้รับยกเว้นการทำต้นขั้ว
เมื่อกิจการขายสินค้าหรือให้บริการจะต้องออกใบรับให้ลูกค้า แต่ประมวลรัษฎากรได้กำหนดข้อยกเว้นให้ไม่ต้องทำและเก็บต้นขั้วหรือสำเนาใบรับ สำหรับกิจการดังนี้:
(1) กิจการค้าหาบเร่
(2) กิจการขายผลิตผลของเกษตรกร อันเกิดจากเกษตรกรรมที่ตนและ/หรือครอบครัวได้ทำเอง
(3) กิจการขายสินค้าในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นการครั้งคราว
อ่านเพิ่มเติมใน CPD&Account ฉบับเดือนมีนาคม 2569
พร้อมบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยนักเขียนมากประสบการณ์
สนใจบริการติดต่อ : คุณกัญทิมา หุมากรณ์ 02-596-0500 ต่อ 327
อ่านบทความอื่นๆ
“เอกสาร” บันทึกรายจ่ายได้ ไม่ต้องห้าม
ข้อแตกต่างของ ภาษีอากรประเมิน กับ ภาษีอากรที่มิใช่ภาษีอากรประเมิน
ค่ารับรอง ที่ถือเป็นค่าใช้จ่ายได้


















