เครื่องหมายการค้าแบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1. เครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายที่ใช้เป็นหมายที่เกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อแยกแยะสินค้าและเพื่อแสดงว่าเครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของบุคคลอื่น (เหมาะสำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์)
2. เครื่องหมายการบริการ
เครื่องหมายที่ใช้เป็นหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจงานบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการอื่น เช่น สายการบิน โรงแรม ธนาคาร
3. เครื่องหมายรับรอง
เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้เป็นที่หมาย หรือเกี่ยวข้องกับคุณภาพ มาตรฐานสินค้าและบริการ เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้าหรือบริการนั้น เช่น ISO ฮาลาล
4. เครื่องหมายร่วมใช้
เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ บริษัท หรือ วิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน หรือ องค์กรอื่นใดของรัฐ หรือ เอกชน ใช้ร่วมกัน (เหมาะสำหรับกลุ่มบริษัท)
Q. กรณีที่บริษัท มีบริษัทในเครือ ทำเครื่องหมายการค้าที่ออกแบบมาลักษณะที่คล้ายกัน จำเป็นต้องยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือไม่
กรณี บริษัทหลักได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว และอนุญาตให้บริษัทในเครือใช้ได้ สามารถยื่นจดเป็นเครื่องหมายร่วมใช้ หรือควรทำเอกสารรองรับ (สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า) กรณีนี้บริษัทลูก ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนใหม่ แต่ต้องมีสิทธิใช้อย่างชัดเจน
กรณี บริษัทหลักไม่ได้จดทะเบียน แต่ใช้เครื่องหมายมานานแล้ว สิทธิยังไม่เกิด อาจไม่มีการคุ้มครอง หากมีบุคคลอื่นหรือบริษัทอื่นมาจดเครื่องหมายการค้าที่คล้ายคลึงกันก่อน อาจเสียสิทธิในความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น
ข้อแนะนำ
กรณี บริษัทหลักและบริษัทในเครือมีเครื่องหมายการค้าที่แตกต่างกัน
เพื่อการถือสิทธิในเครื่องหมายการค้าเป็นของตนเอง ทั้งบริษัทหลักและบริษัทในเครือ ควรออกแบบเครื่องหมายการค้าให้มีความแตกต่างกัน เพื่อป้องกันความสับสนของสินค้าและบริการ
ทั้งนี้ ความแตกต่างของเครื่องหมายการค้าอาจพิจารณาได้จากองค์ประกอบ เช่น
• การเปลี่ยนแปลงคำ/ เพิ่มคำ
• การปรับดีไซน์โครงสร้าง
• การเปลี่ยนแปลงสี
• การเพิ่มองค์ประกอบหรือสัญลักษณ์ (โลโก้)
การจดเครื่องหมายการค้า
การจดเครื่องหมายการค้า เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายนั้น และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นลอกเลียนแบบหรือดัดแปลง โดยได้รับความคุ้มครองระยะเวลา 10 ปี และสามารถต่ออายุได้เรื่อย ๆ
ขั้นตอนการจดเครื่องหมายการค้า
1. ตรวจสอบความเหมือน/คล้าย:
สามารถตรวจสอบผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือวิเคราะห์ความเหมือนคล้ายด้วย AI ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
2. เตรียมเอกสาร:
ยื่นคำขอ ( ก.01)
3. ยื่นคำขอ:
ผ่านระบบ e-filing, ไปรษณีย์ หรือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา
4. รอผลการตรวจสอบ:
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขั้นตอนทางราชการ
5. ชำระค่าธรรมเนียม
การชำระค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับจำนวนรายการสินค้าหรือบริการที่จะจดทะเบียน
การจดเครื่องหมายการค้าแบบเร่งด่วน
การจดเครื่องหมายการค้าแบบเร่งด่วน (Fast track 4 month Plus+)
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
1. ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ผ่านระบบ e-filing ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
2. ระบุรายการสินค้า/บริการให้ชัดเจน โดยกำหนดไม่เกิน 1 จำพวก และไม่เกิน 10 รายการ
3. แนบหลักฐานที่แสดงถึงความจำเป็นหรือเจตนาในการใช้เครื่องหมายการค้า เช่น หลักฐานการจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (การแพร่หลาย) และการใช้เครื่องหมายการค้า
4. ตรวจสอบความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้า โดยสืบค้นจากฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนยื่นคำขอ
ผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้าจะได้รับแจ้งผล การพิจารณาครั้งแรก ภายใน 4 เดือน

















