กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง VS ประกันสังคม มีไว้ทำไม ซ้ำซ้อนกันไหม ?
วัตถุประสงค์หลัก ของแต่ละกองทุน มีไว้ทำไม ?
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund: EWF)
1. จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บริหารงานโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
2. มีไว้เพื่อเป็น เงินออมและหลักประกันทางการเงินระยะสั้น ให้ลูกจ้างมีเงินก้อนสำรองไว้ใช้จ่ายเมื่อพ้นสภาพการจ้างงานในทุกกรณี (ลาออก, ถูกเลิกจ้าง, เกษียณอายุ, สิ้นสุดสัญญาจ้าง)
3. เป็นเงินสงเคราะห์บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างแล้วนายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย
กองทุนประกันสังคม (Social Security Fund: SSF)
1. จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 บริหารงานโดยสำนักงานประกันสังคม
2. มีไว้เพื่อเป็น หลักประกันสังคมขั้นพื้นฐานในการบริหารความเสี่ยงของชีวิต ครอบคลุม 7 กรณี ได้แก่ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, คลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ และการว่างงาน
ทั้งสองกองทุน ซ้ำซ้อนกันไหม ?
ไม่ซ้ำซ้อนกัน เนื่องจากทั้งสองกองทุนมีเจตนารมณ์ สิทธิประโยชน์ และกลไกการจ่ายเงินที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำงานเกื้อหนุนกัน ดังนี้
1. ขอบเขตความคุ้มครองแตกต่างกัน :
1.1 ประกันสังคม: เน้นสวัสดิการและการดูแลความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน การรักษาพยาบาล และการชดเชยการขาดรายได้
1.2 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง: เน้นการสะสมเงินเพื่อจ่ายคืนเป็น เงินก้อน เมื่อสิ้นสุดสภาพการจ้างงานเท่านั้น
2. กลไกช่วยเหลือเมื่อถูกเลิกจ้างแล้วไม่ได้รับค่าชดเชย :
2.1 หากนายจ้างเลิกจ้าง(กรณีนายจ้างปิดกิจการ/ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้)แล้วไม่ยอมจ่ายค่าชดเชย ลูกจ้างสามารถขอรับ เงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (บัญชี 2) ควบคู่กับการยื่นขอรับ เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลคดีถึงที่สุด
3. เงื่อนไขการรับเงินเมื่อออกจากงาน:
3.1 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (บัญชี 1): ไม่มีเงื่อนไข ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสม เงินสมทบ พร้อมดอกผลคืนเต็มจำนวนทันทีที่ออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออก เกษียณ หรือถูกเลิกจ้างเพราะกระทำผิดวินัยก็ตาม
3.2 ประกันสังคม (กรณีว่างงาน/ชราภาพ): มีเงื่อนไขตามกฎหมาย เช่น
– กรณีว่างงานต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน โดยจะจ่ายเป็นเงินทดแทนรายเดือนชั่วคราว (ร้อยละ 30 หรือ 50 ของค่าจ้าง)
– ส่วนกรณีชราภาพจะได้รับเป็นเงินบำเหน็จหรือบำนาญเมื่ออายุครบ 55 ปีขึ้นไปและออกจากงานแล้วเท่านั้น


















