โมฆะ และ โมฆียะ มีนิติสัมพันธ์ที่ต่างกันอย่างไร

โมฆะ และ โมฆียะ มีนิติสัมพันธ์ที่ต่างกันอย่างไร

โมฆะ และ โมฆียะ ต่างกันอย่างไร?

โมฆะ คืออะไร

โมฆะ หมายความว่า เสียเปล่า ไม่มีผลบังคับหรือผูกพันตามกฎหมาย เช่น สัญญาเป็นโมฆะ
ดังนั้น โมฆกรรม จึงหมายความว่า นิติกรรมที่เสียเปล่า ไม่มีผลบังคับหรือผูกพันตามกฎหมาย ถือเป็นนิติกรรมที่เสียเปล่ามาตั้งแต่ต้น เสมือนไม่เคยเกิดนิติกรรมนั้นขึ้นเลย

โมฆียะ คืออะไร

โมฆียะ หมายความว่า อาจเป็นโมฆะได้เมื่อมีการบอกล้าง หรือมีผลสมบูรณ์เมื่อมีการให้สัตยาบัน
ดังนั้น โมฆียกรรม จึงหมายความว่า นิติกรรมที่สมบูรณ์ใช้บังคับกันได้ตามกฎหมายตั้งแต่ทำนิติกรรมจนกว่าจะถูกบอกล้างซึ่งหากถูกบอกล้างก็จะทำให้นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ ย้อนไปถึงขณะเริ่มทำนิติกรรม

 

สาเหตุการเกิดโมฆะ และโมฆียะ

โมฆะ

1.แบบของนิติกรรมไม่เป็นไปตามที่กฎหมายบังคับไว้

2.มีวัตถุประสงค์ของนิติกรรมที่ไม่สุจริต

3.มีการสำคัญผิดในสาระสำคัญของนิติกรรม

โมฆียะ

1.ความบกพร่องเกี่ยวกับเรื่องความสามารถ เช่น ความเป็นผู้เยาว์ความเป็นคนเสมือนไร้สามารถ

2.ความบกพร่องเรื่องการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิด ถูกฉ้อฉล หรือถูกข่มขู่

 




การบอกล้าง

การบอกล้างโมฆียกรรม จะทำให้นิติกรรมนั้น มีผลเป็นโมฆะมาตั้งแต่เริ่มต้น โดยสามารถดำเนินการดังต่อไปนี้
1.จะต้องทำการแสดงเจตนาอย่างแจ้งชัดต่อคู่สัญญา กล่าวคือ มีการแจ้งไปยังอีกฝ่ายหนึ่งว่า ต้องการบอกล้างหรือยกเลิกนิติสัมพันธ์ตามนิติกรรมดังกล่าว
2.การบอกล้างอาจบอกได้ทั้งทางวาจาหรืออาจทำเป็นหนังสือก็ได้

 

ระยะเวลาการบอกล้าง

โมฆียกรรมนั้น จะต้องมีการบอกล้างภายใน 1 ปี นับจากระยะเวลาดังต่อไปนี้
1.พ้นจากการเป็นผู้เยาว์ การเป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลลวิกลจริต
2.รู้ถึงสาเหตุสำคัญผิด ฉ้อฉล หรือพ้นจากการข่มขู่
3.ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ รู้ถึงนิติกรรมที่ตกเป็นโมฆียะนั้น
4.ผู้ทำนิติกรรมสิ้นสภาพบุคคลแล้ว ทายาทของผู้ทำนิติกรรมมีสิทธิบอกล้างแทน
โมฆียกรรมที่ทำขึ้นถึง 10 ปี ไม่สามารถบอกล้างได้

 

ผลทางกฎหมาย

โมฆะ

1.นิติกรรมเสียเปล่ามาตั้งแต่ต้น
2.ไม่มีการเคลื่อนไหวในสิทธิ
3.สามารถเอาความเป็นโมฆะของนิติกรรมมากล่าวอ้างได้เสมอ
4.ไม่สามารถทำให้นิติกรรมสมบูรณ์ได้ นอกจากทำขึ้นใหม่
5.นำหลักลาภมิควรได้มาใช้บังคับ

โมฆียะ

1.นิติกรรมมีผลสมบูรณ์จนกว่าจะถูกบอกล้าง
2.หากมีการบอกล้าง นิติกรรมจะตกเป็นโมฆะตั้งแต่เริ่มแรก และให้คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม
3.หากมีการให้สัตยาบันแล้ว จะสมบูรณ์ตลอดไป ไม่อาจบอกล้างได้อีก

 

FAQ: โมฆะ และโมฆียะ มีนิติสัมพันธ์ที่ต่างกันอย่างไร?

1. โมฆะกับโมฆียะต่างกันอย่างไรในทางกฎหมาย?

ตอบ: โมฆะ คือการทำนิติกรรมที่กฎหมายถือว่าไม่มีผลผูกพันมาตั้งแต่ต้น ส่วนโมฆียะ คือการทำนิติกรรมที่ยังมีผลทางกฎหมายอยู่ในเบื้องต้น แต่บุคคลผู้มีสิทธิบอกล้างสามารถทำให้ผลของนิติกรรมนั้นสิ้นสุดลงได้

2. นิติกรรมโมฆะสามารถทำให้กลับมามีผลได้หรือไม่?

ตอบ: โดยหลัก นิติกรรมโมฆะไม่สามารถทำให้สมบูรณ์ได้ด้วยการให้สัตยาบัน เพราะกฎหมายถือว่านิติกรรมนั้นไม่มีผลมาตั้งแต่ต้น ต่างจากนิติกรรมโมฆียะที่ผู้มีสิทธิสามารถให้สัตยาบันเพื่อทำให้นิติกรรมนั้นสมบูรณ์ได้

3. ใครมีสิทธิบอกล้างนิติกรรมโมฆียะ?

ตอบ: การบอกล้างโมฆียะกรรมเป็นสิทธิของ บุคคลที่กฎหมายกำหนดให้มีสิทธิบอกล้าง เช่น บุคคลที่กฎหมายคุ้มครองเนื่องจากความสามารถในการทำนิติกรรม หรือบุคคลอื่นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่บุคคลทั่วไปจะบอกล้างได้ทุกกรณี

4. ผลของการบอกล้างโมฆียะกรรมต่างจากโมฆะอย่างไร?

ตอบ: เมื่อมีการบอกล้างโมฆียะกรรมแล้ว โดยหลักจะถือว่าโมฆียะกรรมนั้นเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก และคู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมเท่าที่สามารถทำได้ ขณะที่โมฆะกรรมนั้นไม่มีผลทางกฎหมายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

5. ตัวอย่างนิติกรรมโมฆะและโมฆียะมีอะไรบ้าง?

ตอบ: ตัวอย่าง โมฆะกรรม เช่น นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ส่วน โมฆียะกรรม เช่น นิติกรรมที่เกิดจากการแสดงเจตนาโดยถูกกลฉ้อฉลหรือถูกข่มขู่ในกรณีที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและบทบัญญัติของกฎหมายในแต่ละกรณี

Copyright ©2026  dharmniti.co.th All rights reserved.

Log in with your credentials

Forgot your details?