โครงสร้างของสัญญากู้ยืมเงินแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
1. ส่วนนำ รายละเอียดใน ส่วนนำ จะประกอบด้วย
1.1 ชื่อสัญญา
1.2 สถานที่ทำสัญญา
1.3 วันที่ทำสัญญา
1.4 ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญา
ตัวอย่าง ส่วนนำ
2. ส่วนเนื้อหา รายละเอียดใน ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วย
2.1 วัตถุประสงค์ในสัญญา
2.2 ดอกเบี้ย
2.3 กำหนดการชำระหนี้
2.4 ผลของการผิดนัดชำระหนี้
ตัวอย่าง ส่วนเนื้อหา
3. ส่วนลงท้าย รายละเอียดใน ส่วนลงท้าย ประกอบด้วย
3.1 ข้อความส่วนท้ายของสัญญา
3.2 ลายมือชื่อของคู่สัญญา
3.3 พยานในการทำสัญญา
ตัวอย่าง ส่วนลงท้าย

หลักกฎหมายที่ควรรู้ในการทำสัญญากู้ยืม
1. สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่ไม่มีแบบตายตัว
2. การกู้ยืมเงินกันมากกว่า 2,000 บาท หากไม่ทำสัญญา หรือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้
3. ห้ามคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าร้อยละ 15 ต่อปี หากเกินดอกเบี้ยจะเป็น โมฆะ
4. ห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้น
5. อายุความ 10 ปี นับแต่วันที่หนี้เงินกู้ถึงกำหนดชำระ
ข้อเสนอแนะ
หากต้องการตัวอย่างสัญญาใด สามารถแสดงความคิดเห็นไว้ได้เลย หรือ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาด้วยตนเอง เราขอแนะนำ 108 สัญญาธุรกิจ หนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยตัวอย่างของสัญญามากกว่า 100 ประเภท ที่มีเนื้อหาครบถ้วนและเป็นไปตามหลักกฎหมาย ซึ่งผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงตามความต้องการ
FAQ สัญญากู้ยืมเงิน
1. สัญญากู้ยืมเงินคืออะไร และจำเป็นต้องทำหรือไม่?
สัญญากู้ยืมเงิน คือเอกสารที่ระบุข้อตกลงระหว่าง ผู้ให้กู้ และ ผู้กู้ เกี่ยวกับจำนวนเงินที่กู้ยืม กำหนดชำระคืน ดอกเบี้ย และเงื่อนไขต่าง ๆ การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยให้มีหลักฐานที่ชัดเจนหากเกิดข้อพิพาทในภายหลัง
2. สัญญากู้ยืมเงินควรมีรายละเอียดอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปควรระบุชื่อและข้อมูลของผู้ให้กู้และผู้กู้ จำนวนเงินที่กู้ยืม วันที่ทำสัญญา วิธีการส่งมอบเงิน กำหนดวันชำระคืน อัตราดอกเบี้ย วิธีชำระหนี้ รวมถึงเงื่อนไขกรณีผิดนัดชำระหนี้ เพื่อให้คู่สัญญาเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนอย่างชัดเจน
3. สัญญากู้ยืมเงินคิดดอกเบี้ยได้เท่าไร?
การกำหนดดอกเบี้ยในสัญญากู้ยืมเงินต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีการกู้ยืมระหว่างบุคคลทั่วไป ซึ่งกฎหมายกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขให้ถูกต้องก่อนจัดทำสัญญา
4. หากผู้กู้ไม่ชำระเงินตามสัญญา ผู้ให้กู้สามารถทำอะไรได้บ้าง?
หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ผู้ให้กู้อาจใช้สิทธิตามสัญญาและกฎหมาย เช่น เรียกร้องให้ชำระเงินต้น ดอกเบี้ย หรือค่าเสียหายที่กฎหมายอนุญาต และอาจดำเนินคดีเพื่อเรียกชำระหนี้ได้ ทั้งนี้รายละเอียดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญาและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
5. สัญญากู้ยืมเงินต้องมีพยานหรือจดทะเบียนหรือไม่?
การทำสัญญากู้ยืมเงินควรจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อของคู่สัญญาเพื่อใช้เป็นหลักฐาน โดยความจำเป็นในการมีพยานหรือการจดทะเบียนจะขึ้นอยู่กับลักษณะของสัญญาและหลักประกันที่เกี่ยวข้อง เช่น หากมีการนำอสังหาริมทรัพย์มาเป็นหลักประกัน อาจมีขั้นตอนทางกฎหมายเพิ่มเติม
.
.
———————————————————————————————————————————-



















