เข้าใจสิทธิประโยชน์ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ฉบับพนักงาน

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คือ กองทุนที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นหลักประกันและสวัสดิการให้แก่ลูกจ้าง

โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเป็นทุนสงเคราะห์ให้แก่ลูกจ้างเมื่อ ออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออก ถูกเลิกจ้าง เกษียณอายุ หรือเสียชีวิต เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินทุนสำรองไว้ใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้

ข้อมูลสำคัญที่พนักงานทุกคนต้องรู้เกี่ยวกับ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพื่อรักษาสิทธิและนำไปใช้ได้ทันเวลาเมื่อเกิดวิกฤตการจ้างงาน

กลุ่มลูกจ้างที่ต้องเข้าเป็นสมาชิก

1. ลูกจ้างทุกประเภท: ทั้งรายวัน, รายเดือน, พนักงานประจำ, ลูกจ้างพาร์ทไทม์ และลูกจ้างสัญญาจ้างชั่วคราว

2. พนักงานทดลองงาน:
แม้บริษัทจะมี PVD แต่หากลูกจ้างยังอยู่ในช่วงทดลองงานและยังเข้า PVD ไม่ได้ ต้องเข้า EWF ไปก่อน
    ลูกจ้างที่ไม่ได้เข้า PVD: กรณีบริษัทมี PVD แต่ลูกจ้างเลือกไม่สมัคร หรือลาออกจาก PVD แต่ยังทำงานอยู่ ต้องเข้า EWF แทน

3. ลูกจ้างต่างด้าว และลูกจ้างที่ทำงานหลังเกษียณ

เงินสะสมที่ลูกจ้างต้องจ่าย (เงินที่ถูกหักจากค่าจ้าง)

กฎหมายกำหนดให้มีการจัดเก็บเงินเป็น 2 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 (1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574): หักเงินสะสม 0.25% ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายสมทบอีก 0.25%

ระยะที่ 2 (ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป): ปรับเพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.5% ของค่าจ้าง
ฐานการคำนวณ: คิดจาก “ค่าจ้าง” จริงทั้งหมด (เช่น เงินเดือน + เงินประจำตำแหน่ง + ค่าครองชีพ + ค่าคอมมิชชั่น) โดยไม่มีเพดานขั้นต่ำหรือขั้นสูง เหมือนประกันสังคม

สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับ

ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินคืน เต็มจำนวน (เงินสะสม + เงินสมทบ + ดอกผล) โดยแบ่งเป็น 2 บัญชีหลัก

บัญชีที่ 1 (เงินของสมาชิก): ได้รับคืนเมื่อ ออกจากงานในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการลาออก, ถูกเลิกจ้าง (แม้จะทำผิดวินัยก็ตาม), เกษียณอายุ หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง

บัญชีที่ 2 (เงินกองทุนกลาง): เป็นเงินสงเคราะห์กรณีที่ นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย หรือเงินอื่น ๆ ตามกฎหมายเมื่อถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าได้

กรณีเสียชีวิต: เงินทั้งหมดจะตกแก่ บุคคลที่ลูกจ้างระบุไว้ ในแบบ สกล.5 หากไม่ได้ระบุจะจ่ายให้ทายาทตามกฎหมาย

ลูกจ้างจะได้รับเงินคืน กรณีไหนบ้าง ?

ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินคืน เต็มจำนวน (เงินสะสม + เงินสมทบ + ดอกผล) โดยแบ่งเป็น 2 บัญชีหลัก

บัญชีที่ 1 (เงินของสมาชิก): ได้รับคืนเมื่อ ออกจากงานในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการลาออก, ถูกเลิกจ้าง (แม้จะทำผิดวินัยก็ตาม), เกษียณอายุ หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง

บัญชีที่ 2 (เงินกองทุนกลาง): เป็นเงินสงเคราะห์กรณีที่ นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย หรือเงินอื่น ๆ ตามกฎหมายเมื่อถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าได้

กรณีเสียชีวิต: เงินทั้งหมดจะตกแก่ บุคคลที่ลูกจ้างระบุไว้ ในแบบ สกล.5 หากไม่ได้ระบุจะจ่ายให้ทายาทตามกฎหมาย

สิ่งที่ลูกจ้างต้องเตรียมตัว เมื่อเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ตรวจสอบสถานะ : ตรวจสอบว่าบริษัทที่ตนทำงานอยู่เข้าเงื่อนไขต้องส่งเงินเข้ากองทุนหรือไม่

ระบุผู้รับผลประโยชน์ : ลูกจ้างต้องจัดทำหนังสือ กำหนดบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงิน (แบบ สกล.5) เพื่อระบุว่าหากตนเสียชีวิตจะให้ใครเป็นผู้รับเงิน

แจ้งการเปลี่ยนแปลง : หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวหรือข้อเท็จจริงที่ส่งผลต่อสิทธิ ต้องแจ้งให้นายจ้างทราบทันที

การรับเงินคืน : เมื่อออกจากงาน นายจ้างต้องแจ้งกองทุนฯ และลูกจ้างจะได้รับเงินคืน ภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นสภาพการจ้าง โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง

 

สนใจบริการติดต่อ : คุณกัญทิมา หุมากรณ์ 02-596-0500 ต่อ 327

 




 

Copyright ©2026  dharmniti.co.th All rights reserved.

Log in with your credentials

Forgot your details?