“โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” พัฒนาขึ้น เพื่อการป้องกันล่วงหน้า โดยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง สำนักงาน คปภ. และ สมาคมประกันวินาศภัยไทย จนเกิดเป็นกลไกที่รัฐบาลยอมทุ่มงบประมาณอุดหนุนเบี้ยประกันภัยให้ประชาชนฟรี
เพื่อโอนย้ายความเสี่ยงไปยังระบบประกันภัย อย่างเป็นระบบ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติ ประชาชนจะได้รับเงินชดเชย ที่สะดวกรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุด
เงื่อนไขและระยะเวลาการคุ้มครอง
ระยะเวลาคุ้มครอง : ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 1 ตุลาคม 2570
การเข้าร่วมโครงการ : ประชาชนได้รับการคุ้มครองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องซื้อประกันภัยหรือลงทะเบียนใด ๆ
ผู้ได้รับความคุ้มครอง (ผู้เอาประกันภัย) :
กรณีที่อยู่อาศัย : เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เป็นบ้านตามกฎหมายทะเบียนราษฎร หรือผู้ครอบครองที่พักอาศัยที่ไม่เป็นบ้านตามกฎหมายทะเบียนราษฎร แต่ได้รับการรับรองว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีคนอาศัยอยู่จริงจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
กรณีบุคคล (อุบัติเหตุจากภัยพิบัติ) : บุคคลที่มี สัญชาติไทย และมีเลขประจำตัวประชาชน
เงื่อนไขพื้นที่เกิดภัย : ต้องเป็นเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับการ ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
ประเภทภัยธรรมชาติ ที่ได้รับความคุ้มครอง
ภัยอุทกภัย : ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลัน ลมพายุน้ำป่าไหลหลาก และเหตุการณ์โคลนถล่มที่เกี่ยวเนื่องมาจากน้ำท่วม
ภัยวาตภัย : ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากพายุหมุน พายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรง รวมถึงกรณีที่เกิดฟ้าผ่าจนสร้างความเสียหายแก่ตัวบ้าน
ภัยแผ่นดินไหว : ครอบคลุมความเสียหายจากแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงตามเกณฑ์ที่กำหนด ภัยจากภูเขาไฟระเบิด หรือคลื่นยักษ์สึนามิ
เงื่อนไขสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินที่คุ้มครอง / ไม่คุ้มครอง

วงเงินความคุ้มครอง
1. กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม (คุ้มครองรวมสูงสุด 100,000 บาท ต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน):
1.1 อุทกภัย: ความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท + ส่วนที่เกินกว่าความเสียหายเบื้องต้นตามจริง ไม่เกิน 90,000 บาท
1.2 วาตภัย (รวมฟ้าผ่า): ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท + ส่วนที่เกินกว่าความเสียหายเบื้องต้นตามจริง ไม่เกิน 95,000 บาท
1.3 แผ่นดินไหว / ภูเขาไฟระเบิด / สึนามิ: ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท + ส่วนที่เกินกว่าความเสียหายเบื้องต้นตามจริง ไม่เกิน 95,000 บาท
1.4 ค่าชดเชยกรณีถูกน้ำล้อม: กรณีที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อมในพื้นที่ประกาศเขตฯ จนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกัน เกินกว่า 7 วันขึ้นไป รับเงินชดเชย 10,000 บาท ต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน
2. กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม (PA):
2.1 กรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติ: จ่ายค่าชดเชยให้แก่ทายาทโดยธรรม 2,000,000 บาท ต่อคน
2.2 กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากภัยพิบัติ: จ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันภัย 200,000 บาท (กรณีไม่สามารถประกอบอาชีพใด ๆ ได้ตลอดไป หรือไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไปจาก 6 ชนิดตามเกณฑ์ทางการแพทย์)
เกณฑ์และกระบวนการพิจารณาจ่ายค่าสินไหม
1. การประเมินความเสียหาย:
1.1 ความเสียหายเบื้องต้น: พิจารณาจากข้อมูล ภาพถ่าย และเอกสารหลักฐานที่ผู้ประสบภัยจัดส่งตามระบบ โดยอาจไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ณ ที่อยู่อาศัยในทุกกรณี
1.2 ความเสียหายส่วนเกินเบื้องต้น: บริษัทประกันภัยอาจพิจารณาจัดส่งเจ้าหน้าที่หรือผู้สำรวจภัยเข้าตรวจสอบความเสียหาย ณ ที่อยู่อาศัยจริงตามขั้นตอน
2. ระยะเวลาและการจ่ายเงิน:
2.1 เมื่อเอกสารและหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง จะอนุมัติและโอนเงินจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 15 วัน
2.2 จ่ายผ่าน PromptPay ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน
2.3 หากมีเหตุสงสัยหรือจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม สามารถขยายเวลาการตรวจสอบได้ไม่เกิน 90 วัน
ช่องทางการติดต่อและการแจ้งเคลม
1. เว็บไซต์ (Website): https://www.thainatcat.org
2. LINE Official Account: @thaiNATCAT
3. thaiNATCAT Call Center: โทร 0 2012 5555 (เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและส่งลิงก์เข้าทาง SMS, LINE หรือ Email)
4. จุดแจ้งเคลมในพื้นที่: สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก รับข้อมูล และออกเลขรับรองให้
ขั้นตอนการยืนยันตัวตนและแจ้งเคลมออนไลน์
1. ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD
2. เลือกประเภทภัยพิบัติและกรอกข้อมูลการเคลม
3. แนบภาพถ่ายความเสียหายและเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง
4. รับ เลขแจ้งเคลม เพื่อใช้ติดตามสถานะ

















