แบบนี้…ลงบันทึกบัญชีอย่างไร ? ตอนที่ 8 จ้าง Influencer ยิง Affiliate ช่วยขายของ  ลงบันทึกบัญชีอย่างไร ?

จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจ

 

1. ประเภทของค่าใช้จ่ายใบกำกับภาษี (Tax Invoice) 

     1.1 ค่าจ้างรีวิว / โปรโมทโพสต์ = ค่าใช้จ่ายการตลาด / ค่าโฆษณา

     1.2 ค่าคอมมิชชัน Affiliate = ค่านายหน้า / ค่าตอบแทนการขาย

     1.3 สินค้าที่ส่งให้รีวิวฟรี = แยกพิจารณาว่า เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด หรือ สินค้าตัวอย่าง

 

2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน)

     2.1 3 % ใช้กับกรณีจ้างทำงาน / ค่าบริการทั่วไป

     2.2 กรณีผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล ที่ให้บริการโฆษณา / การตลาด  มักหัก 2 %  

 

3. แบบฟอร์มที่ใช้นำส่ง 

     3.1 จ่ายให้บุคคลธรรมดา ใช้แบบ ภ.ง.ด. 1 หรือ ภ.ง.ด. 3

     3.2 จ่ายให้นิติบุคคล ใช้แบบ ภ.ง.ด. 53

 

ตัวอย่างการบันทึกบัญชี

 

กรณีที่ 1 : จ้าง Influencer รีวิวสินค้า จ่ายเป็นเงินสด หัก ณ ที่จ่าย 3 %

สมมติ : ค่าจ้างรีวิว 10,000 บาท หัก ณ ที่จ่าย 3 % = 300 บาท จ่ายจริง 9,700 บาท

วันที่จ่ายเงิน และหักภาษี
เดบิต: ค่าโฆษณาและการตลาด 10,000
เครดิต: เงินฝากธนาคาร 9,700
เครดิต: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ค้างนำส่ง 300

วันที่นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 3) ภายในวันที่ 7 ขอเดือนถัดไป
เดบิต: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ค้างนำส่ง 300
เครดิต: เงินฝากธนาคาร 300

 

กรณีที่ 2 : จ่ายค่าคอมมิชชัน Affiliate ผ่านระบบอัตโนมัติ
สมมติ : ยอดขายผ่านลิงก์ Affiliate เดือนนี้เกิดค่าคอมมิชชัน 5,000 บาท หัก ณ ที่จ่าย 3% = 150 บาท

วันที่บันทึกค่าคอมมิชชันค้างจ่าย (สิ้นเดือน)
เดบิต: ค่านายหน้า/ค่าคอมมิชชัน 5,000
เครดิต: เจ้าหนี้ค่าคอมมิชชัน 4,850
เครดิต: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง 150

วันที่จ่ายจริง
เดบิต: เจ้าหนี้ค่าคอมมิชชัน 4,850
เครดิต: เงินฝากธนาคาร 4,850

 

กรณีที่ 3 :ส่งสินค้าให้ Influencer รีวิวฟรี (ไม่มีการจ่ายเงิน)
ต้องแยกพิจารณาก่อนว่าสินค้านี้เข้าข่ายใด:

3.1 กรณีส่งให้รีวิวเพื่อโปรโมทแลกกับโพสต์/คอนเทนต์ ถือเป็นค่าใช้จ่ายการตลาด 
สมมติ: ต้นทุนสินค้าที่ส่งให้รีวิว 800 บาท (ราคาทุน)
เดบิต: ค่าโฆษณาและการตลาด (ของแถม/สินค้ารีวิว) 800
เครดิต: สินค้าคงเหลือ 800
หลักการ: เมื่อนำสินค้าออกจากสต๊อกไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์การตลาดโดยไม่ได้ขาย ต้องตัดออกจากบัญชีสินค้าคงเหลือ และรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตามราคาทุน ไม่ใช่ราคาขาย

3.2 กรณีแจกเพื่อทดลองใช้ทั่วไป ไม่ผูกกับการรีวิวเฉพาะเจาะจง ถือเป็นสินค้าตัวอย่าง 
เดบิต: ค่าใช้จ่ายสินค้าตัวอย่าง (Sample Expense) 800
เครดิต: สินค้าคงเหลือ 800

ความต่างหลักระหว่าง 3.1 และ 3.2 อยู่ที่วัตถุประสงค์และเงื่อนไขการให้: ถ้ามีข้อตกลงให้ Influencer ต้องโพสต์/รีวิวเป็นการตอบแทน ถือเป็นรายจ่ายทางการตลาดที่มีลักษณะแลกเปลี่ยนบริการ (ใกล้เคียงการจ่ายค่าจ้างเป็นสิ่งของ) ซึ่งบางกรณีสรรพากรอาจมองว่าเข้าข่ายต้องหัก ณ ที่จ่ายด้วย หากมูลค่าสินค้าที่ให้มีนัยสำคัญ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อประเมินแต่ละกรณีก่อนตัดสินใจ

 

กรณีพิเศษ

1. จ่ายค่าจ้างให้ Influencer ต่างประเทศ
หากอินฟลูเอนเซอร์เป็นบุคคล/นิติบุคคลต่างประเทศไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทย โดยทั่วไปไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบในประเทศ แต่ต้องพิจารณาภาระภาษีอื่น เช่น VAT แบบ Reverse Charge หากเข้าเงื่อนไข คล้ายกับกรณีค่าโฆษณาแพลตฟอร์มต่างประเทศ

2. จ่ายเป็นเงินรวม VAT (กรณี Influencer จดทะเบียน VAT)
หากผู้รับเงินจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีได้ ให้แยกบันทึกภาษีซื้อเพิ่มเติมจากยอดค่าจ้าง และยังคงต้องหัก ณ ที่จ่ายจากยอดก่อน VAT ตามปกติ

 

ทริคการจัดการ

1. ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ระบุชัดว่าจ่ายเป็นเงินหรือสินค้า เพื่อใช้อ้างอิงตอนบันทึกบัญชี

2. ขอเอกสารยืนยันตัวตน (บัตรประชาชน/เลขผู้เสียภาษี) จาก Influencer ก่อนจ่ายเงิน เพื่อออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายได้ถูกต้อง

3. กรณีส่งสินค้ารีวิวฟรีบ่อยครั้ง ควรตั้งบัญชีแยกเฉพาะ เช่น “ค่าใช้จ่ายสินค้าตัวอย่าง” เพื่อให้ติดตามต้นทุนได้ง่ายขึ้น

4. ตรวจสอบอัตราหัก ณ ที่จ่ายกับนักบัญชีทุกครั้งก่อนเซ็นสัญญา เพราะอัตราที่ใช้ขึ้นกับลักษณะงานและสถานะผู้รับเงินจริง

Copyright ©2026  dharmniti.co.th All rights reserved.

Log in with your credentials

Forgot your details?