เปลี่ยน “พื้นที่ความสิ้นหวัง” สู่ “พื้นที่แห่งโอกาส” BAM ไม่ได้มองการบริหารหนี้เป็นเรื่องของการบังคับชำระ แต่คือการคืนความหวังและสร้างโอกาส ให้ผู้ที่ล้มทางธุรกิจหรือเกือบสูญเสียทรัพย์สิน ได้กลับมาตั้งหลักใหม่อีกครั้ง ผ่าน 3 หัวใจสำคัญ
1. เปลี่ยนสถานะเป็น “ลูกค้า” : ยืดหยุ่นผ่อน 10-20 ปี ตามความสามารถรับภาระ
2. ขับเคลื่อนด้วย People First: ฟื้นฟูหัวใจคนทำงานด้วยสวัสดิการที่ยืดหยุ่น เพื่อส่งต่อการดูแลสู่ลูกค้า
3. ประยุกต์ใช้ AI & Data: วิเคราะห์ข้อมูล ประเมินการผ่อนและกำหนดราคาขาย เพิ่มประสิทธิภาพทำงาน
สัญญาณเตือนและทางออกทางการเงิน
1. สัญญาณเตือน: เมื่อภาระชำระหนี้ (เงินต้น+ดอกเบี้ย) เกิน 50% ของรายได้ทั้งหมด ถือเป็นภาวะเสี่ยง
2. สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข: เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ให้เร็วที่สุด (ภายใน 3 ปีหลัง เป็น NPL) เพิ่มโอกาสฟื้นตัวกลับมาปกติ
3. มุมมองแก้หนี้: BAM ไม่ได้มองลูกหนี้เป็น “ผู้แพ้” แต่ว่าเป็น “ลูกค้ารักษาได้” โดยเปลี่ยนแนวคิดจากผู้ยึดทรัพย์ มาเป็น “โรงพยาบาลแก้หนี้”
สร้างโอกาสจากสินทรัพย์ (NPA)
1. การผลักดันทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ให้เป็นทางเลือก การลงทุน ที่สร้างโอกาสทางการเงินและความคุ้มค่า สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน
2. มองหาศักยภาพใหม่: ปรับสินทรัพย์เดิมตอบโจทย์โอกาสใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทันที ลงทุนเสี่ยงต่ำ: ซื้อต่ำกว่าตลาด 15-25% Yield 7% ขึ้นไป และมูลค่าโต 3% ต่อปี
3. บริหารพอร์ตยั่งยืน: ให้คำปรึกษาจัดการพอร์ตสั้น-ยาว สร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง
วางโครงสร้างธุรกิจยั่งยืน
“ธุรกิจที่แข็งแรง ไม่ใช่ธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุด แต่คือธุรกิจที่เติบโตอย่างเหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง”
1. โตอย่างมีภูมิคุ้มกัน: “ความพอเพียง” ไม่ใช่การหยุดเติบโต แต่คือการโตอย่างเหมาะสมกับศักยภาพ ไม่ขยายตัวเกินกว่าเงินทุนและกระแสเงินสด
2. สูตรการเงินปลอดภัย: คุมค่าใช้จ่ายไม่เกิน 30% ของรายได้ เพื่อเหลือออม และลงทุนระยะยาว
3. People First: จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูองค์กร ต้องเริ่มจากฟื้นฟูหัวใจของคนทำงานก่อนเสมอ
สัมภาษณ์พิเศษ
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

















