สิทธิประโยชน์หลักที่ลูกจ้างจะได้รับจาก กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คือ การได้รับเงินก้อนเมื่อพ้นสภาพการจ้างงานหรือเสียชีวิต เพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินและบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น
1. เงินคืนเมื่อออกจากงาน (ทุกกรณี) :
ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสม (ส่วนที่ลูกจ้างจ่าย) เงินสมทบ (ส่วนที่นายจ้างจ่าย) พร้อมกับดอกผลของเงินดังกล่าวคืนทั้งหมด ซึ่งครอบคลุมกรณีดังต่อไปนี้ :
การลาออก โดยสมัครใจ
การถูกเลิกจ้าง ในทุกกรณี รวมถึงการถูกไล่ออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามวาระ
การเกษียณอายุ
การสิ้นสุดสัญญาจ้าง หรือตกลงเลิกสัญญาจ้าง
2. สิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิต :
หากลูกจ้างเสียชีวิต เงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลทั้งหมดจะถูกจ่ายให้แก่บุคคลที่ลูกจ้างระบุไว้ในแบบหนังสือ (สกล.5) หากไม่ได้ระบุไว้ หรือบุคคลที่กำหนดเสียชีวิตก่อน เงินจะตกแก่ บุตร ภรรยา/สามี บิดา มารดา ในสัดส่วนที่เท่ากัน แต่หากไม่มีทายาทดังกล่าวเงินจะตกเป็นของกองทุน
3. เงินสงเคราะห์กรณีที่นายจ้างไม่จ่ายเงินตามกฎหมาย (บัญชี 2) :
กรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างและนายจ้างไม่จ่ายเงินตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ค่าชดเชย หรือเงินอื่นอันพึ่งได้รับ ลูกจ้างมีสิทธิยื่นขอรับเงินสงเคราะห์จากบัญชีเงินกองทุนกลางเพื่อบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้า โดยมีอัตราการจ่ายตามอายุงานจริง (เช่น 30, 50 หรือ 70 เท่าของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน) รวมถึงเงินอื่น ๆ เมื่อได้รับความเห็นจากคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ โดยมีอัตราการจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามอายุงานจริงแต่ไม่เกิน 60 เท่าของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันของลูกจ้าง
4. จุดเด่นที่แตกต่างจากกองทุนอื่น
ไม่มีเงื่อนไขในการรับเงิน : ลูกจ้างจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนทันทีที่ออกจากงาน ไม่ว่าเหตุผลการเลิกจ้างนั้นลูกจ้างจะกระทำผิดวินัยหรือไม่ก็ตาม และไม่จำกัดอายุงานหรือระยะเวลาการส่งเงินสมทบ
ส่งเสริมวินัยการออม : ช่วยให้ลูกจ้างมีเงินสำรองหรือเงินฉุกเฉินไว้ใช้ยามว่างงานจากการถูกเลิกจ้างกะทันหัน
สนใจบริการติดต่อ : คุณกัญทิมา หุมากรณ์ 02-596-0500 ต่อ 327
บทความที่เกี่ยวข้องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
-
5 สิ่งที่ HR ต้องรู้ ก่อนเริ่มบังคับใช้ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 20 ต.ค. 2569
-
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง VS กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต่างกันอย่างไร ?
-
สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับจาก กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

















