5 สิ่งที่ HR ต้องรู้ ก่อนเริ่มใช้ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
1. เริ่มใช้ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป
เดิม มติ ครม. ประกาศเลือนการจัดเก็บเงินสะสม และเงินสมทบจากปี 2568 เป็นปี 2569
2. บังคับใช้กับกิจการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป
เฉพาะสถานประกอบการ ที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือ ลูกจ้างที่ไม่ได้สมัครเข้า PVD
3. เป็นหลักประกันเมื่อลูกจ้าง ออกจากงาน
ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสม และสมทบเมื่อลาออก ถูกเลิกจ้าง (แม้ทำผิดวินัย) , เกษียณ หรือ เสียชีวิต
4. อัตราการเก็บเงินสมทบ
1 ต.ค. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2574 เก็บ 0.25 % ของค่าจ้าง ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป เก็บ 0.50 % ของค่าจ้าง ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
5. บทกำหนดโทษ
เงินเพิ่ม (Surcharge) : หากนายจ้างส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบไม่ครบถ้วน หรือส่งล่าช้าเกินกำหนด (ปกติคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป) นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือน ของจำนวนเงินที่ยังไม่ได้ส่งหรือส่งไม่ครบ
โทษทางอาญา : กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทุนฯ มีบทกำหนดโทษคือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สนใจบริการติดต่อ : คุณกัญทิมา หุมากรณ์ 02-596-0500 ต่อ 327
บทความที่เกี่ยวข้องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
-
5 สิ่งที่ HR ต้องรู้ ก่อนเริ่มบังคับใช้ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 20 ต.ค. 2569
-
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง VS กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต่างกันอย่างไร ?
-
สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับจาก กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

















