จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจ
1. ประเภทของค่าใช้จ่ายใบกำกับภาษี (Tax Invoice)
1.1 ค่าจ้างรีวิว / โปรโมทโพสต์ = ค่าใช้จ่ายการตลาด / ค่าโฆษณา
1.2 ค่าคอมมิชชัน Affiliate = ค่านายหน้า / ค่าตอบแทนการขาย
1.3 สินค้าที่ส่งให้รีวิวฟรี = แยกพิจารณาว่า เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด หรือ สินค้าตัวอย่าง
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน)
2.1 3 % ใช้กับกรณีจ้างทำงาน / ค่าบริการทั่วไป
2.2 กรณีผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล ที่ให้บริการโฆษณา / การตลาด มักหัก 2 %
3. แบบฟอร์มที่ใช้นำส่ง
3.1 จ่ายให้บุคคลธรรมดา ใช้แบบ ภ.ง.ด. 1 หรือ ภ.ง.ด. 3
3.2 จ่ายให้นิติบุคคล ใช้แบบ ภ.ง.ด. 53
ตัวอย่างการบันทึกบัญชี
กรณีที่ 1 : จ้าง Influencer รีวิวสินค้า จ่ายเป็นเงินสด หัก ณ ที่จ่าย 3 %
สมมติ : ค่าจ้างรีวิว 10,000 บาท หัก ณ ที่จ่าย 3 % = 300 บาท จ่ายจริง 9,700 บาท
วันที่จ่ายเงิน และหักภาษี
เดบิต: ค่าโฆษณาและการตลาด 10,000
เครดิต: เงินฝากธนาคาร 9,700
เครดิต: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ค้างนำส่ง 300
วันที่นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 3) ภายในวันที่ 7 ขอเดือนถัดไป
เดบิต: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ค้างนำส่ง 300
เครดิต: เงินฝากธนาคาร 300
กรณีที่ 2 : จ่ายค่าคอมมิชชัน Affiliate ผ่านระบบอัตโนมัติ
สมมติ : ยอดขายผ่านลิงก์ Affiliate เดือนนี้เกิดค่าคอมมิชชัน 5,000 บาท หัก ณ ที่จ่าย 3% = 150 บาท
วันที่บันทึกค่าคอมมิชชันค้างจ่าย (สิ้นเดือน)
เดบิต: ค่านายหน้า/ค่าคอมมิชชัน 5,000
เครดิต: เจ้าหนี้ค่าคอมมิชชัน 4,850
เครดิต: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง 150
วันที่จ่ายจริง
เดบิต: เจ้าหนี้ค่าคอมมิชชัน 4,850
เครดิต: เงินฝากธนาคาร 4,850
กรณีที่ 3 :ส่งสินค้าให้ Influencer รีวิวฟรี (ไม่มีการจ่ายเงิน)
ต้องแยกพิจารณาก่อนว่าสินค้านี้เข้าข่ายใด:
3.1 กรณีส่งให้รีวิวเพื่อโปรโมทแลกกับโพสต์/คอนเทนต์ ถือเป็นค่าใช้จ่ายการตลาด
สมมติ: ต้นทุนสินค้าที่ส่งให้รีวิว 800 บาท (ราคาทุน)
เดบิต: ค่าโฆษณาและการตลาด (ของแถม/สินค้ารีวิว) 800
เครดิต: สินค้าคงเหลือ 800
หลักการ: เมื่อนำสินค้าออกจากสต๊อกไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์การตลาดโดยไม่ได้ขาย ต้องตัดออกจากบัญชีสินค้าคงเหลือ และรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตามราคาทุน ไม่ใช่ราคาขาย
3.2 กรณีแจกเพื่อทดลองใช้ทั่วไป ไม่ผูกกับการรีวิวเฉพาะเจาะจง ถือเป็นสินค้าตัวอย่าง
เดบิต: ค่าใช้จ่ายสินค้าตัวอย่าง (Sample Expense) 800
เครดิต: สินค้าคงเหลือ 800
ความต่างหลักระหว่าง 3.1 และ 3.2 อยู่ที่วัตถุประสงค์และเงื่อนไขการให้: ถ้ามีข้อตกลงให้ Influencer ต้องโพสต์/รีวิวเป็นการตอบแทน ถือเป็นรายจ่ายทางการตลาดที่มีลักษณะแลกเปลี่ยนบริการ (ใกล้เคียงการจ่ายค่าจ้างเป็นสิ่งของ) ซึ่งบางกรณีสรรพากรอาจมองว่าเข้าข่ายต้องหัก ณ ที่จ่ายด้วย หากมูลค่าสินค้าที่ให้มีนัยสำคัญ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อประเมินแต่ละกรณีก่อนตัดสินใจ
กรณีพิเศษ
1. จ่ายค่าจ้างให้ Influencer ต่างประเทศ
หากอินฟลูเอนเซอร์เป็นบุคคล/นิติบุคคลต่างประเทศไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทย โดยทั่วไปไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบในประเทศ แต่ต้องพิจารณาภาระภาษีอื่น เช่น VAT แบบ Reverse Charge หากเข้าเงื่อนไข คล้ายกับกรณีค่าโฆษณาแพลตฟอร์มต่างประเทศ
2. จ่ายเป็นเงินรวม VAT (กรณี Influencer จดทะเบียน VAT)
หากผู้รับเงินจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีได้ ให้แยกบันทึกภาษีซื้อเพิ่มเติมจากยอดค่าจ้าง และยังคงต้องหัก ณ ที่จ่ายจากยอดก่อน VAT ตามปกติ
ทริคการจัดการ
1. ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ระบุชัดว่าจ่ายเป็นเงินหรือสินค้า เพื่อใช้อ้างอิงตอนบันทึกบัญชี
2. ขอเอกสารยืนยันตัวตน (บัตรประชาชน/เลขผู้เสียภาษี) จาก Influencer ก่อนจ่ายเงิน เพื่อออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายได้ถูกต้อง
3. กรณีส่งสินค้ารีวิวฟรีบ่อยครั้ง ควรตั้งบัญชีแยกเฉพาะ เช่น “ค่าใช้จ่ายสินค้าตัวอย่าง” เพื่อให้ติดตามต้นทุนได้ง่ายขึ้น
4. ตรวจสอบอัตราหัก ณ ที่จ่ายกับนักบัญชีทุกครั้งก่อนเซ็นสัญญา เพราะอัตราที่ใช้ขึ้นกับลักษณะงานและสถานะผู้รับเงินจริง

















