“ค่าเสื่อมราคา” และ “ค่าตัดจำหน่าย” คือค่าใช้จ่ายที่หลายธุรกิจบันทึกทุกปี แต่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย อาจกระทบกำไรและความถูกต้องของงบการเงินได้
บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งในมุมของประเภทสินทรัพย์ วิธีการคำนวณ และผลกระทบทางบัญชี เพื่อให้เลือกใช้ได้ถูกต้องตามหลักการ และสะท้อนภาพธุรกิจได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับนักบัญชีและผู้บริหารที่ต้องการอ่านงบให้ขาด และลดความเสี่ยงจากการบันทึกบัญชีผิดพลาด
“ค่าเสื่อมราคา” กับ “ค่าตัดจำหน่าย” ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่าง
“ค่าเสื่อมราคา” และ “ค่าตัดจำหน่าย” เป็นแนวคิดทางบัญชีที่มีหลักการเดียวกัน คือ การกระจายต้นทุนออกเป็นงวดตามระยะเวลา แต่แตกต่างกันที่ประเภทของสินทรัพย์ที่นำมาบันทึก
• ค่าเสื่อมราคา: ใช้กับสินทรัพย์ที่มีตัวตน เช่น อาคาร เครื่องจักร อุปกรณ์สำนักงาน
• ค่าตัดจำหน่าย: ใช้กับสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สิทธิการเช่า
ข้อเปรียบเทียบ
ค่าเสื่อม
• ประเภทสินทรัพย์: สินทรัพย์ที่มีตัวตนหรือจับต้องได้
• วัตถุประสงค์: เพื่อสะท้อนการลดลงของมูลค่าสินทรัพย์จากการใช้งาน การเสื่อมสภาพ สึกหรอ ความล้าสมัยตามเวลา
• วิธีการคำนวณ: เลือกใช้ได้หลายวิธี เช่น วิธีเส้นตรง วิธีตามจำนวนหน่วยผลิต วิธีลดลงตามมูลค่า (ยอดลดลง)
• ผลกระทบทางบัญชี: เป็นค่าใช้จ่ายที่บันทึกในงบกำไรขาดทุนและมีผลต่อกำไรสุทธิของกิจการ
ค่าตัดจำหน่าย
• ประเภทสินทรัพย์: สินทรัพย์ไม่มีตัวตนหรือจับต้องไม่ได้
• วัตถุประสงค์: เพื่อกระจายมูลค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตามช่วงเวลาที่ได้รับประโยชน์ หรือในเวลาที่สิทธิ์ในการใช้งานยังคงอยู่
• วิธีการคำนวณ: โดยทั่วไปนิยมใช้วิธีเส้นตรง เพราะสินทรัพย์ไม่มีตัวตนส่วนใหญ่มักไม่มีมูลค่าคงเหลือชัดเจน
• ผลกระทบทางบัญชี: เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเช่นกัน แต่ใช้กับสินทรัพย์คนละประเภทกับค่าเสื่อมราคา
อ่านเพิ่มเติมใน CPD&Account ฉบับเดือนมีนาคม 2569
พร้อมบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยนักเขียนมากประสบการณ์
อ่านบทความอื่นๆ
รู้จักค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย
ค่าเสื่อมราคาทางภาษี สำหรับ รถปล่อยเช่า เรื่องที่เจ้าของธุรกิจห้ามพลาด !
นักบัญชีควรรู้ จะทำอย่างไรเมื่อต้องเจอกับ “ค่าเสื่อมราคา”


















