ในยุคที่ข้อมูลและธุรกรรมทางธุรกิจดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงด้านการทุจริตก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น เทคโนโลยีดิจิทัล จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบควบคุมภายใน เพิ่มความโปร่งใส และลดช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การทุจริต ตั้งแต่ระบบตรวจสอบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ไปจนถึงการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงช่วยป้องกันความผิดปกติ แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถตรวจสอบ ติดตาม และบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
Internal Control Systems
• ซอฟต์แวร์ที่มีฟังก์ชันตรวจสอบอัตโนมัติ จะตรวจจับการทำธุรกรรมที่ผิดปกติหรือมีความเสี่ยงในการทุจริตได้ เช่น ธุรกรรมซ้ำซ้อน หรือธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงและไม่มีการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ
• ระบบ ERP สามารถจำกัดการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญและข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลการเงินและการทำธุรกรรม
AI & Data Analytics
• AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากและตรวจจับรูปแบบที่เป็นสัญญาณการทุจริตได้ เช่น ใช้ Machine Learning ในการระบุพฤติกรรมธุรกรรมที่เบี่ยงเบนจากปกติิ
• Forensic Data Analysis (การวิเคราะห์ข้อมูลแบบละเอียด) จะตรวจสอบข้อมูลทางการเงินเพื่อหาผลลัพธ์ที่น่าสงสัย และย้อนกลับไปหาสาเหตุของการทุจริตได้
Authentication Systems
• Multi-Factor Authentication (MFA) คือ ระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน เช่น
• บัตรสมาร์ตการ์ด
• การยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ
• การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า
ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญลดโอกาสการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
Automated Auditing
• Audit Software (ซอฟต์แวร์ตรวจสอบแบบอัตโนมัติ) ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการตรวจสอบทางการเงิน ระบุข้อบกพร่องหรือความผิดปกติของข้อมูลได้ทันที
อ่านบทความนี้เพิ่มเติมใน เอกสารภาษีอากร ฉบับเดือนธันวาคม 2568
พร้อมบทความที่น่าสนใจ โดยนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่าน
อ่านบทความอื่นๆ
ถอดรหัส 3 บทบาทใหม่ นักบัญชียุคดิจิทัล
มาตรการภาษี 200% ขับเคลื่อน SMEs ดิจิทัล
แนวทางเลือกคำนวณภาษี โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน


















