นับถอยหลังกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เช็กลิสต์ความพร้อม ก่อนบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569

“สิทธิประโยชน์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง บัญชีที่หนึ่ง เป็นเงินสะสมจากลูกจ้างบวกเงินสมทบจากนายจ้าง และดอกผลการลงทุน ได้รับเต็มจำนวนเมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิต”

บัญชีที่สอง เงินอุดหนุนจากภาครัฐ กรณีเลิกจ้าง หรือปิดกิจการ ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน ขอรับเงินไปใช้ระหว่างหางานใหม่ได้ทันที

 

“แรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างเกิน 10 คน และไม่อยู่ในข้อยกเว้นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายจ้างต้องนำเข้าสู่ระบบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง”

โรงเรียนเอกชน กฎหมายยกเว้นให้เฉพาะครู บุคลากรทางการศึกษา แต่ถ้ามีแม่บ้าน ธุรการ รปภ. ครบ 10 คน ต้องนำส่งกองทุนฯ ส่วนสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ได้รับการยกเว้น

 

“จุดเสี่ยงอันตรายที่สุด คือ การนำส่งเงิน กฎหมายกำหนดส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากไม่ส่ง ส่งไม่ครบ กำหนดโทษเงินเพิ่มสูงถึงร้อยละ 5 ต่อเดือน หรือ 60% ต่อปี”

คำนวณฐานค่าจ้างจริงพนักงานทั้งองค์กรล่วงหน้า 5 ปีแรก ต้องจ่ายสมทบ 0.25% และปรับเป็น 0.50% ในปี 2574 กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานค่าจ้างขั้นสูงไว้

 

“กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ไม่มีเงื่อนไข การริบเงิน เมื่อลูกจ้างออกจากงานไม่ว่ากรณีใด จะได้รับเงินสะสม เงินสมทบ พร้อมดอกผลคืน 100% “

เงินเดือน ค่าครองชีพ ค่าตำแหน่ง ค่าน้ำมันเหมาจ่าย ต้องคำนวณเงินสะสม และเงินสมทบ 0.25% ส่วนสวัสดิการ ค่านอกเวลา เช่น ค่า OT เบี้ยขยัน โบนัส ไม่นำมาคำนวณรวม

Copyright ©2026  dharmniti.co.th All rights reserved.

Log in with your credentials

Forgot your details?