หลายคนเข้าใจว่า เงินสำรอง คือรายจ่ายต้องห้ามที่หักภาษีไม่ได้เสมอไป แต่ในความเป็นจริง กฎหมายภาษีกำหนดไว้ชัดว่า เงินสำรองบางประเภท สามารถนำมาถือเป็นค่าใช้จ่ายได้ หากตั้งและบันทึกบัญชีถูกต้องตามหลักเกณฑ์
บทความนี้จะพาไปสรุป เงินสำรองที่ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม พร้อมเงื่อนไขทางภาษีที่นักบัญชีและนิติบุคคลควรรู้ เพื่อวางแผนภาษีและปิดงบได้อย่างมั่นใจ
เงินสำรองจากเบี้ยประกันชีวิต
• เงินสำรองที่ตั้งจากเบี้ยประกันชีวิต เพื่อสมทบทุนประกันชีวิต ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี
• เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 65% ของเบี้ยประกันภัยที่ได้รับในรอบบัญชี หลังหักเบี้ยประกันภัยที่เอาประกันต่อออกแล้ว
• หากเลิกสัญญา ต้องนำเงินสำรองกลับมารวมเป็นรายได้ในรอบบัญชีที่เลิก
เงินสำรองจากเบี้ยประกันภัยอื่น
• เงินสำรองที่ตั้งจากเบี้ยประกันภัย เพื่อสมทบทุนประกันภัยอื่น ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม
• เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 40% ของเบี้ยประกันภัยที่ได้รับในรอบบัญชี หลังหักเบี้ยประกันภัยที่เอาประกันต่อออกแล้ว
• เงินสำรองที่กันไว้ จะถือเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีในรอบบัญชีปีถัดไป
เงินสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ
• ค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ จากสินเชื่อของธนาคารและธุรกิจการเงินตามกฎหมาย ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม เฉพาะส่วนที่ตั้งเพิ่มขึ้นจากเงินสำรองประเภทเดียวกัน ในงบดุลรอบบัญชีก่อน
• หากมีการตั้งเงินสำรองลดลงในภายหลัง ให้นำส่วนที่ลดลงซึ่งเคยถือเป็นรายจ่ายไปแล้ว กลับมารวมเป็นรายได้ในรอบบัญชีนั้น
อ่านบทความนี้เพิ่มเติมใน CPD&Account ฉบับเดือนธันวาคม 2568
พร้อมบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยนักเขียนมากประสบการณ์

อ่านบทความอื่นๆ
จ่ายภาษีแทนแบบ Net of Tax ระวังเป็นรายจ่ายต้องห้าม
กรรมการจ่ายแทนบริษัทเบิกอย่างไรให้ถูกต้อง
ค่ารับรอง ที่ถือเป็นค่าใช้จ่ายได้

















