Icon Home Dharmniti
Icon Search Dharmniti
Icon Contact Dharmniti Group
กลุ่มธุรกิจกฎหมายกลุ่มธุรกิจบัญชีกลุ่มธุรกิจฝึกอบรม
Menu Bank
Menu Home Dharmniti
Menu About Dharmniti
Manu Service Dharmniti
Menu NEWS Dharmniti
กระดานสนทนา GuruForum
Menu Recruitment
Menu Contact
Menu Bank 2
Menu Hotline
บทความเกี่ยวกับการสัมมนา
หน้าแรก ข่าวสาร สำนักกฎหมายธรรมนิติจัดพิธีไหว้ครูประจำปี
สำนักกฎหมายธรรมนิติจัดพิธีไหว้ครูประจำปี
Monday, 23 April 2012 10:31

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2555 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 65 ปีของสำนักกฎหมายธรรมนิติ ได้มีการจัดพิธีไหว้ครูประจำปีขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักกฎหมายธรรมนิติ อาคารพรอมมานาร์ด ณ ปาร์คนายเลิศ ถนนวิทยุ โดยมีนายปกติ พัฒนกุล และนายไพศาล พืชมงคล สมาชิกสภากรรมการและทนายความอาวุโสเป็นประธาน


นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการที่ธรรมนิติสืบทอดงานมาถึงวันนี้ครบ 65 ปีแล้ว นับว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่องค์กรภาคเอกชนจะดำเนินงานต่อเนื่องยาวนานได้เช่นนี้ สาเหตุเนื่องจากธรรมนิติต่างกับสถาบันอื่นเพราะไม่ติดยึดอยู่กับตัวบุคคล แต่ถือหลักธรรมเป็นที่ตั้ง นั่นคือธรรมนิติ ตนได้มาถึงสำนักงานตั้งแต่เช้าและได้เข้าไปกราบไหว้รูปครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประศาสน์ความรู้ให้แก่ตนรู้สึกสะเทือนใจเพราะสำนึกว่าตนมีความสามารถน้อย ไม่สามารถอบรมสั่งสอนศิษย์ได้ทัดเทียมกับรุ่นครูบาอาจารย์ ดังนั้นจึงขอฝากให้ศิษย์รุ่นน้องของสำนักทุกคนร่วมกันฝึกฝนอบรมบ่มเพาะยกระดับตนเองให้เก่งกล้าสามารถและตั้งตนอยู่ในธรรมเพื่อสืบทอดจิตวิญญาณธรรมนิติต่อไปในอนาคตอันไม่มีที่สิ้นสุด และขอให้ศิษย์รุ่นน้องทุกคนเร่งศึกษาวิชาการแบบแผนและประสบการณ์ของสำนักที่ตกทอดมาจากรุ่นก่อน ๆ ให้มีความเจริญก้าวหน้าในวิชาและอาชีพ นักกฎหมายธรรมนิตินั้นมีภารกิจ 3 ข้อต่อสำนักคือ ต้องศึกษาอย่าหยุดหย่อนเป็นอันขาด ต้องทำงานให้ดีมีประสิทธิผลและดำรงคงธรรมไว้ให้ได้ รวมทั้งต้องหางานมาหล่อเลี้ยงตนเองและสำนักงานให้ดำรงอยู่ได้และพัฒนาไปได้ อาชีพนักกฎหมายนั้นไม่เหมือนกับลูกนกที่รอพ่อแม่เอาเหยื่อมาป้อน แต่เปรียบประดุจดั่งเสือที่ต้องออกล่าเหยื่อมากินเอง เสือนั้นกินของสด ไม่กินของตาย และมีความองอาจ สง่า มีฐานะเป็นเจ้าป่า นักกฎหมายก็เป็นอย่างนั้น คนเราต้องมีพวกพ้องมาก มีเพื่อนมากหนทางก็กว้าง จึงต้องหมั่นสำรวจตรวจสอบตนว่าวันคืนผ่านไปเพื่อนพ้องน้องพี่มีเพิ่มมากขึ้นหรือคงอยู่หรือถอยลง หมั่นสำรวจว่าลูกค้าลูกความภาคภูมิใจในการทำหน้าที่หรือไม่ ซึ่งมีมาตรวัดบางอย่างเช่น การใช้บริการเพิ่มเติม การแนะนำเพื่อนฝูงพวกพ้องให้มาใช้บริการ และการช่วยแนะนำโฆษณาถึงเกียรติภูมิและวิชาความรู้ไปยังผู้อื่น อาชีพนักกฎหมายนั้นโฆษณาตนเองไม่ได้ แต่สามารถโฆษณาได้ด้วยวิชาความรู้และความสามารถที่ผลิดอกออกผลเป็นผลของงานที่ทำ    

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่านักกฎหมายหรือนักนิติศาสตร์นั้นก็คือผู้ถือกฎหมายและระเบียบแบบแผนเป็นศาสตรา ผู้ถือศาสตราถ้าไม่มีธรรมก็จะเป็นโจร มีแต่จะก่อกรรมทำเข็ญล้างผลาญทั้งตนเองและผู้อื่น แต่ถ้ามีธรรมและใช้ธรรมในการถือศาสตรานั้นก็จะกำจัดทุกข์ร้อนแก้ไขปัญหาดำรงความยุติธรรมให้ดำรงคงอยู่ได้ อำนวยประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมได้ และต้องรำลึกไว้เสมอว่าธรรมนิตินั้นเป็นธรรมที่มีความหมายลึกล้ำ สูงส่ง ชาวธรรมนิติจึงต้องศึกษาให้เข้าใจและเข้าไปให้ถึงเป้าหมายของธรรมนิตินั้น ที่สำคัญคือต้องเป็นผู้รอบรู้ เป็นพหูสูต ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ในมงคล 38 นั้นว่าความเป็นผู้รอบรู้นั้นเป็นมงคลสูงสุด 

นายไพศาล กล่าวสรุปว่าบทท้ายสุดของคำไหว้ครูนั้นมีความหมายหลายนัยยะแต่ตนชอบความหมายที่ว่าข้าพเจ้าขอประกาศด้วยความนอบน้อมที่จะเข้าถึงปัญญาเป็นอาภรณ์ “ปัญญา” ในที่นี้หมายถึงการรู้และเห็นความจริงซึ่งเป็นธรรมขั้นสูง เป็นขั้นสูงสุดของไตรสิกขาคือศีล สมาธิ ปัญญา เพราะเมื่อเห็นความจริงตามที่เป็นจริงแล้วก็จะอยู่เหนือความสับสนวุ่นวาย ความวิตกและความเครียดต่างๆ อุปมาดั่งบัวที่แม้กำเนิดจากน้ำก็ไม่เปียกน้ำ ฉันใดก็ฉันนั้น.