เมื่อปี พ.ศ. 2490 สำนักงานทนายความธรรมนิติ ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นโดย
คุณประดิษฐ์ เปรมโยธิน เพื่อรับว่าความทั่วราชอาณาจักร ซึ่งในเวลาต่อมาชื่อเสียงของธรรมนิติเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในความ
รอบรู้ทางวิชาชีพ
ความซื่อสัตย์สุจริต ถือได้ว่าเป็นสำนักงานทนายความชั้นหนึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจที่ผลักดันให้
เกิดความสำเร็จ
ในก้าวต่อไปของธรรมนิติ |
| |
|
ในปี พ.ศ. 2520 คุณประดิษฐ์ เปรมโยธิน ได้ถึงแก่กรรมลง พร้อมกับได้มอบมรดกอันมีค่ายิ่งสำหรับธรรมนิติ คือ เจตนารมย์ที่ต้องการให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องไม่ดับสูญภายใต้ร่มธงธรรมนิติ โดยกำหนดไว้ชัดเจนว่ามิได้ยกกิจการให้แก่ผู้ใดหรือมอบหมายให้ผู้ใดผู้หนึ่ง เพราะองค์กรจะไม่ดับสูญไปพร้อมอายุขัยของผู้นั้น การที่ไม่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ขาด
เพียงผู้เดียว |
| |
ทำให้ ธรรมนิติมีความเป็นมหาชนตั้งแต่แรกเริ่มและนี่คือการวางเสาเอกให้แก
่ธรรมนิติในยุคต่อมา บนรากฐานอันมั่นคง สร้างความเป็นมืออาชีพในการบริหารและนำไปสู่การกระจายตัวของเครือข่าย
ธุรกิจวิชาชีพ
ครบวงจร เจตนารมย์ดังกล่าวได้รับการสานต่อโดย คุณบุศย์ ขันธวิทย์ อดีตอธิบดีผู้พิพากษาภาคและอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ที่คุณประดิษฐ์ ให้ความเคารพนับถืออย่างสูง และคุณไพศาล พืชมงคล ทนายความอาวุโสสูงสุดของสำนักงานซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการจัดการคนที่ 1 ในปัจจุบัน |
| |
ด้วยคำนึงถึงการพิทักษ์รักษามรดกของคุณประดิษฐ์อย่างต่อเนื่องยาวนาน
จากรุ่นสู่รุ่น คณะผู้บริหารได้เห็นพ้องให้จดทะเบียนก่อตั้งเป็น บริษัท ธรรมนิติ จำกัด
ในปี พ.ศ. 2521 ด้วยทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 400,000 บาท อันเป็นพื้นฐานองค์กรสมัยใหม่ที่ส่งผลให้ธรรมนิติได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ในงาน
วิชาการ
ทุกด้าน ทั้งงานกฎหมาย บัญชี ฝึกอบรมและสัมมนา ตลอดจนงานผลิตและจัดจำหน่ายเอกสารที่เสริมทักษะวิชาชีพ ในปี พ.ศ 2539 ธรรมนิติเติบโตและเปลี่ยนแปลงเป็น บริษัท ธรรมนิติ จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียน 50
ล้านบาท และทำหน้าที่เสมือนธงนำของกลุ่มธรรมนิติ |
| |
| ----------------------------------------------------------------------- |
| |
| |